Thumb

มือชา…อาการที่คุณไม่ควรมองข้าม!!!

001

                โดยปกติแล้วบริเวณด้านหน้าข้อมือของเราจะมีลักษณะเป็นอุโมงค์เล็กๆที่มีหลังคาเป็นเนื้อเยื่อพังผืด มีเส้นเลือด, เส้นเอ็น และเส้นประสาทลอดผ่าน เมื่อมีการใช้งานในลักษณะที่มีการกดทับบริเวณข้อมือหรือการใช้งานที่มีการกระดกหรือเกร็งข้อมือ เช่น การใช้ mouse หรือ keyboard ต่อเนื่องเป็นเวลานานจะทำให้มีการอักเสบ บวมและหนาตัวของเนื้อเยื่อภายในช่องอุโมงค์ข้อมือ ส่งผลกระทบต่อการไหลเวียนเลือด ที่ไปเลี้ยงเนื้อเยื่อภายในอุโมงค์ รวมถึงเส้นประสาทที่อยู่ภายในอุโมงค์นี้ด้วย ทำให้มีอาการชานิ้วมือโดยเฉพาะ นิ้วหัวแม่มือ, นิ้วชี้, นิ้วกลาง และนิ้วนางบางส่วน ซึ่งมักจะชามากเวลากลางคืนหรือหลังจากตื่นนอนตอนเช้าโดยในบางรายจะมีอาการปวดข้อมือร่วมด้วย

                ถ้าปล่อยไว้โดยไม่ได้รักษา เส้นประสาทจะเกิดความเสียหายมากขึ้น ทำให้มีอาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อ บางครั้งอาจทำของหลุดจากมือโดยไม่ได้ตั้งใจ และยังอาจพบว่ากล้ามเนื้อบริเวณโคนนิ้วหัวแม่มือลีบลง

                การรักษาทางกายภาพบำบัดประกอบไปด้วยการประคบร้อน-เย็น, อัลตร้าซาวด์, การนวดคลึงบริเวณพังผืด, การออกกำลังกายเพื่อการรักษา และการปรับพฤติกรรมการทำงาน โดยการรักษาที่กล่าวมามีจุดมุ่งหมายเพื่อลดการอักเสบที่เกิดขึ้นและป้องกันไม่ให้เกิดการอักเสบซ้ำ ในด้านการปรับพฤติกรรมการทำงานจะเป็นการปรับสภาพแวดล้อมในการทำงาน (การยศาสตร์/ergonomics) ควบคู่ไปกับการดูแลตัวเองโดยการปรับทางการยศาสตร์ในกลุ่มอาการนี้คือ

                – การใช้แผ่นรองข้อมือหรือวัสดุที่นุ่มมารองบริเวณด้านหน้าข้อมือขณะใช้งานคอมพิวเตอร์เพื่อลดการกดทับ

                – การปรับตำแหน่งของการวาง keyboard และ mouse ให้อยู่ในระดับที่ข้อศอกตั้งฉากกับลำตัว ดังรูป

0111

                เมื่อมีการปรับทางการยศาสตร์แล้ว เราควรพักการใช้งานทุก 1-2 ชั่วโมง แล้วทำการยืดกล้ามเนื้ออย่างง่ายๆ ดังรูป นอกจากนี้การยืดเหยียดร่างกายในส่วนลำตัวและแขนขา เช่น การชูแขนสูง การบิดตัว การเหยียดขาไปด้านหลัง อย่างสม่ำเสมอจะลดความตึงตัวของเนื้อเยื่อในภาพรวมได้ดี

022

(รูปแสดงการยืดกล้ามเนื้อแขนและมือทางด้านหน้า โดยยืดค้างไว้ 10 วินาที และทำซ้ำ 10 ครั้ง)

อย่างไรก็ตาม ควรมีการตรวจเพิ่มเติมเพื่อวินิจฉัยแยกจากกลุ่มอาการอื่นๆ เช่น กระดูกคอเสื่อมกดทับเส้นประสาท, เบาหวาน เป็นต้น

กลับไป บทความ